เทศน์เช้า วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระนะ วันพระๆ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่กว่าจะเป็นตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มันต้องได้รับการฟูมฟักมาจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์
เราเกิดมาเรามีพ่อมีแม่ไง พ่อแม่คุ้มครองดูแลมา รักษามา เห็นไหม สัตว์บางประเภทเวลามันเกิดแล้วมันหากินเองได้เลย แต่มากมายมหาศาล พ่อแม่ต้องดูแลมันไง อย่างเช่นนก ถ้าพ่อแม่ไม่เอาอาหารมาป้อนมัน มันตายหมดน่ะ
นี่เหมือนกัน กว่าเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง เราเกิดมาแล้วสภาคกรรม กรรมร่วมกัน เกิดจากพ่อจากแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกเพราะพ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา พ่อแม่เลี้ยงดูฟูมฟักขึ้นมาจนเติบใหญ่ขึ้นมา
กตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
คนดี คนดีไม่เถียงพ่อเถียงแม่ ถ้าพ่อแม่จะมีปัญหามากมายขนาดไหน แล้วมันก็มี มีเพราะอะไร
กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ได้สร้างเวรสร้างกรรมกันมา
พ่อแม่ที่ถูกต้องชอบธรรม สิ่งนั้นมหัศจรรย์มาก ให้ได้ทั้งนั้น ความรักของพ่อของแม่เป็นความรักที่สะอาดบริสุทธิ์ไง แต่ถ้าเป็นความรักของทางโลก นั่นรักด้วยความเห็นแก่ตัว เพราะมีตัวมีตนมันถึงรักเขา ถ้าไม่มีตัวมีตน มันจะไปรักใคร อากาศไปรักใครล่ะ อากาศมันพัดไปตามธรรมชาติของมัน
ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง นี่ไง แสงจันทร์ แสงพระอาทิตย์สาดส่องไปทั่วจักรวาล ใครจะได้รับผลประโยชน์ ไม่รับผลประโยชน์ มันอยู่ที่คนโง่หรือคนฉลาดต่างหาก
นี่ก็เหมือนกัน ในพระพุทธศาสนาสอน สอนให้ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน ถ้าใจมันสงบระงับเข้ามา มันจะวินิจฉัยทุกอย่างได้ถูกต้องชอบธรรม ถ้าจิตมันไม่สงบเข้ามา มันก็อยู่ที่สถานการณ์
หลายๆ คน มือใครยาว สาวได้สาวเอา อะไรผ่านมามันหยิบต้อง จับต้องหมดน่ะ
แต่เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน ใจสงบระงับแล้วนะ สิ่งใดที่ใจมันอิ่มมันเต็มแล้ว สิ่งใดที่ผ่านมา มันคัดมันแยกแล้ว ถูกหรือผิด
อะไรที่มันเป็นของลวงโลก อะไรที่เป็นของความไม่จริง มันผ่านมาทั้งนั้นน่ะ มันอยู่ที่เราจะจับต้องสิ่งใดไง ถ้ามันหิวมันโหย เห็นไหม น้ำท่วม อดอาหาร ๔ วัน ๕ วันนะ เจ็บแค้นน่าดูเลยล่ะ เจ็บแค้นเพราะมันไม่มีใครดูแลๆ ไง แต่คนที่มีสติปัญญาขึ้นมา เขาจะรักษาตัวของเขา ถ้ารักษาตัวของเขา เห็นไหม
สิ่งที่มีอำนาจมากที่สุด คือสติปัญญาของเรา
อธิปไตยๆ เที่ยวพึ่งพาอาศัยเขาทั้งนั้นน่ะ แต่จริงๆ แล้ว จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเอ็งเกิดที่ไหน เอ็งเกิดอย่างไร เอ็งเกิดในสถานะไหน นี่ไง เกิดในประเทศอันสมควร เกิดในท้องที่ใด เกิดในสถานที่ใด เกิดจากพ่อแม่สิ่งใด เกิดในสัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิ เกิดที่ไหน แค่เกิดนะน่ะ ยังไม่เป็นความจริงเลย
ถ้ามีความจริงขึ้นมานะ เรามีสติปัญญาของเรา เพราะการเกิดมันเป็นผลของวัฏฏะ มันต้องเกิดต้องดับอยู่แล้ว เกิดแน่นอน แล้วก็ดับแน่นอน ไปธรรมชาติของมัน แต่เกิดแล้วได้อะไร ชีวิตนี้คืออะไร เกิดมาทำไม แต่ละภพแต่ละชาติเพราะอะไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เราวาสนาน้อย อายุแค่ ๘๐ ปี ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย นี่ไง พระศรีอริยเมตไตรยสร้างมามากมายมหาศาลอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี แล้วโลกจะเจริญไปอีกแบบหนึ่งเลย เกิดที่ไหน เกิดเมื่อไหร่ เกิดอย่างไร
แล้วถ้าเป็นตัวเราล่ะ
นี่ไง น้ำท่วม ตายหมดน่ะ พึ่งเขาไง
แต่ถ้าเรามีสติปัญญา คนที่เขากักตุนอาหารของเขาไว้ เขามีสำรองของเขาไว้ ชาติที่เจริญแล้วเขาเตรียมตัวพร้อมของเขา ถ้ามีภัยพิบัติของเขา เขารักษาตัวรอดของเขาได้ ถ้ารักษาตัวรอดของเขาได้ เขาไม่หวังพึ่งพิงใครทั้งสิ้น แต่ชาติที่เจริญเขามีสวัสดิการดีกว่านี้อีก แต่ดีกว่านี้มันก็เรื่องสถานะไง เรื่องสาธารณะ เรื่องของสังคม
เราเกิดมาที่ไหน เกิดเมื่อไหร่ เกิดอย่างใด
พระพุทธศาสนา เราถึงเห็นบุญคุณของปู่ย่าตายายของเรา เลือกนับถือพระพุทธศาสนา คุ้มครองดูแลพระพุทธศาสนามา แล้วคุ้มครองด้วยมีสติมีปัญญานะ ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา มันก็เป็นแค่พิธีกรรม แค่เรื่องโลก แค่ลวงโลก แล้วมันก็แค่พิธีกรรม
แต่ถ้ามีผู้ที่มีวาสนา พิธีกรรมก็พิธีกรรม ไม่ปฏิเสธนะ หน้าหนาว เรานั่งกันอยู่นี่ เครื่องนุ่งห่มมันก็ป้องกันหนาวไง อาหารก็เพื่อแก้หิวไง ประเพณีวัฒนธรรมก็เรื่องดีงามไง มันไม่เสียหายอะไร แต่เป็นเรื่องโลก
ภาวนามากกว่านั้นเยอะ
ถ้าภาวนามันต้องคนมีวาสนาไง ถ้ามีวาสนาขึ้นมา เขาจะฝึกหัดของเขาเข้ามา แล้วถ้าสิ่งใดเกิดขึ้นนะ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ กาลามสูตร มันจริงตรงไหน มันมีอะไรจริง ถ้ามันเป็นจริง มันมีอะไรบ้าง
ถ้าเป็นข้อเท็จจริงนะ มันลบล้างกันไม่ได้ ลบล้างไม่ได้หรอก ใครจะลบล้างอย่างไรมันก็ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกนี่ไง พระพุทธศาสนาไง อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไง แล้วสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือใจของตนไง แล้วใจของตน อธิปไตยของตนไง แล้วมันมีคุณค่าตรงไหนล่ะ
ตรงที่มีสติมีปัญญานี่ไง
ถ้าไม่มีสติปัญญาขึ้นมา มันเหลวไหล ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วถ้ามันเหลวไหล ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันนะ มันก็หวังพึ่งพาอาศัยเขาทั้งนั้นน่ะ หวังพึ่งพาอาศัยใคร หวังพึ่งพาอาศัย อาศัยชั่วคราวทั้งนั้นน่ะ
เวลาพระสารีบุตรไม่เชื่อแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ดูประวัติพระสารีบุตรสิ เริ่มต้นเป็นลูกเศรษฐี ไปเที่ยวสนุกครึกครื้นมา ถึงเวลามีวาสนาขึ้นมามันไม่สนุกแล้ว เวลาจะออกบวช ไปออกบวชกับสัญชัย สัญชัยสอนไปไหนมา สามวาสองศอก ไปกับเขาพักใหญ่ ถึงที่สุดได้สติ นัดหมายกับพระโมคคัลลานะเลย ถ้าเราเจอครูบาอาจารย์ที่ดีงาม อย่าทิ้งกันนะ
คำว่า “อย่าทิ้งกัน” มันยอกใจไง เราศึกษามาจนหมดแล้ว ไปถามอาจารย์เลยว่ามีอะไรอีกไหม
จบแค่นี้ เธอเป็นอาจารย์ได้เหมือนเรา
ศึกษาอาจารย์จนหมดไส้หมดพุงแล้ว แล้วตัวเอง เห็นไหม เอ๊ะ! มันไม่ใช่ ก็สัญญากันว่าถ้าเจอครูบาอาจารย์ที่ถูกต้อง เราอย่าทิ้งกันนะ
ไปเจอพระอัสสชิไง ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่าต้องดับที่เหตุนั้น แก้ไขที่เหตุนั้น
แล้วเหตุมันอยู่ไหน
จิตที่เวียนว่ายตายเกิดมันของเรา ก็ตัวตนเราทั้งนั้นน่ะ ความรู้เราทั้งนั้นน่ะ แล้วเหตุมันอยู่ไหน อะไรมันเป็นเหตุ เหตุอย่างไร
นี่ไง ถึงเวลาแล้วฟังเทศน์พระอัสสชิเป็นพระโสดาบัน ไปบอกพระโมคคัลลานะ เป็นพระโสดาบันด้วยกัน นี่ถ้ามันมีเหตุมีผลของมัน ไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โอ้โฮ! เทศนาว่าการอบรมบ่มเพาะนะ พระโมคคัลลานะ ๗ วันเป็นพระอรหันต์ พระสารีบุตร ๑๔ วัน ความรู้เยอะ นี่เชื่อไม่เชื่อ
แต่เวลาสิ้นกิเลสแล้วนะ ไม่เชื่อใครเลย ไม่เชื่อแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะถ้าเชื่ออยู่มันก็เป็นแบบนี้ไง เพราะว่าเป็นความจริงในใจของท่านไง นี่ไง มันถึงเป็นอตฺตา หิ อตฺตโน นาโถไง อธิปไตยของใคร ใจของใคร ใครเป็นคนทำ แล้วทำแล้วได้อะไร ได้สิ่งใด
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เออ! ใช่ ใช่
นี่ไง ความเชื่อเป็นศรัทธาไง ศรัทธาคือความเชื่อ กาลามสูตร ห้ามเชื่อ แต่ก่อนที่จะห้ามเชื่อได้ เกือบตาย
ด้วยอำนาจวาสนาของตน คิดได้เอง รักษาเอง เป็นได้จริงขึ้นมาเอง สิ่งที่ได้จริง ไม่มีครูมีอาจารย์ ใครจะชักนำมา ไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ มันจะเป็นมาได้อย่างไร ไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคอยตอกคอยย้ำขึ้นมา พระโมคคัลลานะนั่งสัปหงกโงกง่วงนะ พระสารีบุตรปัญญาเยอะมาก แล้วใครจะเอา แล้วเอามาได้อย่างไร
ไปดูชฎิล ๓ พี่น้องสิ บูชาไฟๆ เราเป็นพระอรหันต์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปทรมานไง
เราเป็นพระอรหันต์
ทรมานแล้วก็
เราเป็นพระอรหันต์
จนชี้หน้าเลย ไม่ใช่
คอตกเลยนะ สละได้ ความเป็นผู้ที่บูชาไฟ ฤๅษีบูชาไฟ ลอยบริขารนั้นไป น้องชายเห็น อยู่คุ้งน้ำต่อเนื่องกันไง สามพี่น้อง แสดงว่ามีปัญหาแล้ว ขึ้นไปหาพี่ชาย คืออะไร
เราผิดพลาดหมด ทุกอย่างเสียสละหมด แล้วฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์อาทิตตฯ ไง เป็นพระอรหันต์หมดเลย
เวลาจะสับจะโขก จะสับจะโขกอย่างไร แล้วมันข้อเท็จจริงอย่างไร อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนอยู่ไหน ตนคืออะไร สำนึกได้ไหม เป็นจริงหรือเปล่า พิสูจน์ได้ทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงไง
แต่ถ้าจะหวังพึ่ง มันก็พึ่งพาอาศัย มันก็เป็นเรื่องโลกว่าสังคม นี่วาสนาของคน ภายนอก ภายใน ภายนอก ความรู้สึกนึกคิดนอกหมดน่ะ โลกียะ เรื่องโลก
แล้วโลกุตตระล่ะ อะไรเป็นโลกุตตระ อะไรเป็นโลกียะวะ เอ้ย! กูก็งงๆ อยู่นี่
งงๆ ก็อยู่ที่วาสนา เพราะมันตั้งต้นขึ้นมาไม่ได้ไง ถ้ามันจะตั้งต้นขึ้นมาได้ วันพระ วันพระ วันโกนนะ ชาวพุทธไปวัดไปวาทำบุญทำกุศล
เราบวชใหม่ๆ อยู่กับครูบาอาจารย์ วันพระเนสัชชิกทั้งนั้น วันพระ วันโกนไม่มีนอน ๒๔ ชั่วโมง ความเพียรมหัศจรรย์ เวลาถึงความมหัศจรรย์ หลวงปู่จวน อาจารย์สิงห์ทอง
ดูสิ จนชาวบ้านเขาทนไม่ได้ ไปฟ้องหลวงปู่ขาวนะ ว่าหลวงปู่จวนเร่งความเพียรจะบ้าจะคลั่งไปแล้ว
หลวงปู่ขาวนั่งยิ้มๆ เลย เออ! ก็กูสอนมันเอง
เวลาอาจารย์สิงห์ทองเดินจนทางเป็นร่อง ถ้าไม่มีความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ มันจะเอาความจริงมาจากไหน
แล้วถ้าความวิริยะ ความอุตสาหะอย่างนี้ ชาวบ้านเขาเดือดเขาร้อนเลย โอ้โฮ! มหัศจรรย์ โอ้โฮ! จนแตกตื่น
ครูบาอาจารย์บอกว่า ก็กูสอนมันเอง ให้ทำอย่างนั้นน่ะ ทำอย่างนั้นไม่พอ ต้องเร่งเข้าไปอีกต่างหาก
นี่ไง โลกียะกับโลกุตตระ
โลกียะ นั่งพับเพียบเรียบร้อย กิเลสมันจะมาก้มกราบ กิเลสมันจะยอมจำนน กิเลสมันจะหงายท้องให้ดู มันสงบเสงี่ยมเรียบร้อยไง โลกไง ก็กิริยามารยาท สวยด้วยนะ มหัศจรรย์อีกต่างหาก โอ๋ย! น่าชื่นชม
แต่เวลาครูบาอาจารย์ท่านฝึกหัดปฏิบัติ จนแตกตื่นน่ะ แตกตื่น ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงไง ไม่อย่างนั้นมันจะเข้าสู่ความจริงได้อย่างไร
ความจริง นี่พูดถึง เราเห็น เห็นสิ่งที่เป็นไป มันเศร้าใจ
กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ถ้าเราทำคุณงามความดีของเรามา เราทำของเรามา มันดุลพินิจ การวินิจฉัยมันแตกต่างกันไป
เห็น เห็นแล้วมันสังเวช สังเวชมันก็เป็นเรื่องโลก ถ้าโลกเขาอ่อนแอกันอย่างนั้น มันก็งอมืองอเท้า รอให้เขาเข้ามาช่วยเหลือทั้งนั้นน่ะ
แต่ถ้ามันเป็นธรรมนะ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ เรารักษาอธิปไตยของเรา รักษาหัวใจของเรา มันจะดี มันจะชั่ว มันคุ้มครองดูแลหัวใจของเราได้ แล้วเราพ้นจากวิกฤตินั้นมานะ มันเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ถ้าเวลามันเป็นโลกๆ ไง งอมืองอเท้า หวังพึ่งเขาทั้งนั้น ให้เขาจูงจมูกทั้งนั้น มันเป็นกระแสสังคม กระแสโลก มันเป็นเรื่อง เห็นแล้วสังเวช สังเวช
มันอยู่ที่วาสนาของคนไง เขาเชื่อกันอย่างนั้น เขาทำอย่างนั้น เขาไปของเขาอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนั้น แล้วมีใครบ้างคิดโต้แย้ง คิดหาเหตุหาผล มีใครบ้าง แล้วถ้ามี มันต้องมีข้อเท็จจริงสิ ถ้าข้อเท็จจริงในหัวใขของตนนะ แล้วฝึกหัดขึ้นมาให้มันเป็นความจริงสิ แล้วความจริงขึ้นมา เห็นไหม นี่ไง มีแต่พระพุทธศาสนาเท่านั้น
ถึงชื่นชมปู่ย่าตายายที่ได้รักษาคุ้มครองดูแลพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา มันสมบูรณ์แบบในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยสมบูรณ์แบบไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม มีพระพุทธ พระธรรมเท่านั้น เทศนาว่าการพระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม รัตนตรัยสมบูรณ์แบบไง เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัยไง
แล้วพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มันให้ใครเหยียบย่ำทำลายอยู่นี่
ถ้าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานมันขึ้นมา พุทธะ พุทธะขึ้นมา เราก็แสวงหาของเราเพื่อสัจจะ เพื่อความจริงในหัวใจของตน
มันเกิดสิ่งใดขึ้นมา มันเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ ถ้าเวรกรรมของสัตว์ขึ้นมา ผู้ที่ฉลาดเขาหลีกเขาเร้นของเขา หลีกเร้นเพื่อความปลอดภัย แล้วการฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เราก็หลีกเร้นจากกิเลสตัณหาความทะยานอยากที่มันหลงเชื่อเขา ที่งอมืองอเท้าให้เขาชี้นำ ให้เขาเกี่ยวเหยื่อไป แล้วชีวิตของเรา เราได้อะไรมา ไม่เห็นได้อะไรเลย
ครูบาอาจารย์นะ สาธุ ที่ดีงามก็สาธุ เคารพบูชา ไอ้ที่เตลิดเปิดเปิงมากมายมหาศาล หลวงปู่มั่นถึงบอก ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลังมันเยอะ
ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลังขึ้นมามันเหนือหลวงปู่มั่นทั้งนั้นน่ะ แต่มันบอกมันเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนะ แต่ทำอะไรมันบอกว่ากูใหญ่กว่า กูยิ่งกว่า
ใหญ่กว่า ยิ่งกว่าด้วยทิฏฐิด้วยมานะ แต่กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรมไร้สาระมาก แต่ที่มันเป็นไปเพราะคนที่ด้อยวุฒิภาวะ แล้วเห็นกระแสสังคมก็เชื่อตามๆ กันไป
แต่มันเป็นกาลามสูตร ห้ามเชื่อ ห้ามเชื่อทั้งนั้น ถ้าเป็นข้อเท็จจริง เห็นไหม ลูกศิษย์กรรมฐานเขานั่งนิ่งๆ เขาเคารพกันที่หัวใจ นั่งนิ่งๆ ไม่เห่อเหิมทะเยอทะยานเหมือนกระแสสังคม
กระแสสังคม แสงไง วิวไง ยอดวิวไง ปลุกระดมกันอยู่อย่างนั้นน่ะ สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเลย
แต่ถ้ามีนะ นิ่งสงบ สังคมสงบร่มเย็น ถ้าสังคมจะเดือดจะร้อน มันก็เป็นเพราะพวกยุแหย่ทำลายทั้งสิ้น
ไอ้เราสงบของเรา เห็นไหม พญาราชสีห์ ไม่ใช่กระต่ายตื่นตูม ไม่ตื่นตูมไปกับกระแสสังคม แต่เห็นแล้วมันปลงธรรมสังเวชไง มันสังเวชผลของวัฏฏะ มันสังเวชผู้เวียนว่ายตายเกิด
กระแสสังคม แล้วเราก็เวียนว่ายตายเกิดไปกับเขา เพราะเราเกิดกับโลก โลกคือวิทยาศาสตร์ คือทางโลก มันเป็นไปข้อเท็จจริง แต่ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์เหมือนกัน พระพุทธศาสนา ธรรมะ พ้นจากโลก วางโลกไว้ เราอยู่กับโลกโดยไม่ติดโลก
อยู่กับโลก อย่าไปตื่นเต้นไปกับโลก แต่ถ้าฝึกหัดปฏิบัติธรรม ต้องตื่นเต้นไปกับธรรม ตื่นเต้นคุ้มครองดูแลรักษาให้เกิดขึ้นในหัวใจของตน เอวัง